การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างไรให้ประหยัดค่าไฟ

          ปัจจุบันหลายบ้านต้องเสียค่าไฟฟ้าเป็นจำนวนมากในแต่ละเดือน ดังนั้น บทความนี้จะมาแนะนำการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่อยู่อาศัยที่ถูกต้องเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียสตางค์ในการจ่ายค่าไฟมากนัก ซึ่งจะเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดีในช่วยที่สถานการณ์เศรษฐกิจฝืดเคืองอย่างในตอนนี้ 

         เครื่องใช้ไฟฟ้าอันแรกที่อย่างแนะนำการใช้ก็คือ พัดลม  เพราะบ้านเกือบทุกหลังจะต้องมีพัดลมติดบ้านกันอย่างแน่นอน และการใช้งานพัดลมนั้นควรใช้งานเฉพาะตอนที่มีคนอยู่ ไม่ควรเปิดทิ้งเอาไว้ และหากวันไหนอากาศดี ไม่ร้อน ควรใช้การเปิดประตูหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเทเข้ามาในบ้านแทนการใช้งานพัดลมจะช่วยเรื่องของการประหยัดไฟได้นั่นเอง

          เครื่องใช้ไฟฟ้าตัวต่อมาก็คือ เตารีด  สำหรับการใช้งานเตารีดนั่น ส่วนใหญ่จะเป็นหน้าที่ของคุณแม่บ้านที่จะต้องใช้งาน แต่บางครั้งคุณแม่บ้านก็อาจจะละเลยวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง ซึ่งการใช้งานเตารีดนั้นปกติแล้วจะเปลืองไฟอย่างมาก ดังนั้นหากเราตอ้งการที่จะประหยัดค่าไฟแล้วล่ะก็ เราควรจะเริ่มจากการสำรวจเตารีดของเราก่อนว่ามีการชำรุดเสียหายหรือไม่

หากเตารีดปกติแล้วเมื่อเสียบปลั๊กแล้วควรปล่อยให้เตารีดเริ่มร้อนหลังจากนั้นก็เลือกผ้าที่จะรีด โดยเอาผ้าที่บางที่สุดรีดก่อนเพราะตอนนี้เตารีดอาจจะยังไม่ร้อนมากนักซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงการทำผ้าไหม้ได้ด้วย หลังจากนั้นก็รีดผ้าตามลำดับความหนาของผ้า การที่เรารีดผ้าในแต่ละครั้งนั้น เรารีดผ้าทีเดียวครั้งละมากมาก จะได้ไม่เปลืองไฟ อย่ารีดวันละตัวเพราะจะเปลืองไฟมากนั่นเอง ที่สำคัญตอนที่รีดผ้านั้น ปกตแล้วเราต้องฉีดน้ำยารีดผ้าเรียบหรือน้ำยาอัดกลีบ ซึ่งการฉีดน้ำยานี้ควรที่จะฉีดพอประมาณเท่านั้น

อย่าเยอะมากเพราะหากผ้าเปียกต้องเสียเวลาในการรีดนานไปอีก เปลืองพลังงานไฟฟ้าอีกด้วย  สำหรับผ้าที่เราจะนำมารีดนั้นตอนที่เราซักและตากก็ควรมมีการสลัดให้ผ้าไม่ยับมากนัก เพราะตอนที่นำมารีดจะได้ไม่เปลืองแรงในการรีดและไม่ต้องรีดนาน  ทำให้รีดผ้าได้ง่ายขึ้น นั่นเอง และเมื่อเรารีดผ้าใกล้จะหมดแล้วให้เราดึงปลั๊กออกก่อนเลย เพราะความร้อนที่สะสมอยู่กับตัวเตารีดยังมีอยู่และสามารถรีดผ้าต่อไปได้อีกประมาณ 2-3 ตัวเลยทีเดียว 

             เครื่องใช้ไฟฟ้าตัวต่อมาคือ เครื่องเป่าผม ซึ่งการใช้งานเราจะใช้กันเฉพาะตอนที่ผมเปียกอยู่แล้ว แต่ที่อยากจะแนะนำก็คือ เราควรที่จะมีการเอามือขยี้ผมที่เปียกตอนเป่าด้วยเพื่อที่ผมจะได้แห้งเร็วขึ้นนั่นเอง 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    แทงหวยออนไลน์

Read More

ความหมายของดอกลิลลี่สีต่างๆของดอก

        ดอกลิลลี่เป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งที่มีความสวยงามทุกคนรักนิยมซื้อไปเป็นดอกไม้ให้กับคนรักหรือใช้เป็นดอกไม้ในการจัดงานสำคัญสำคัญซึ่งดอกลิลลี่นั้นเป็นดอกไม้ที่มีหลายสีสันและมีหลายสายพันธุ์ที่สำคัญการปลูกดอกลิลลี่นั้นไม่ได้พกยากโดยลิลลี่นั้นจะเน้นในเรื่องของการขยายพันธุ์จากหัวที่ฝังอยู่ใต้ดินเมื่อนำหัวไปปลูกอยู่ใต้ดินไม่นานดอกลิลลี่ก็จะโผล่ขึ้น

ออกมาดิจากเนื้อดินซึ่งขนาดความสูงของดอกลิลลี่นั้นก็จะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 2 เมตรเท่านั้นที่สำคัญใน 1 ต้นของดอกลิลลี่นั้นจะออกดอกอยู่ระหว่างประมาณ 4 ดอกถึง 8 ดอกเพียงเท่านั้นจะไม่ได้เป็นผู้ใหญ่มากนักแต่อย่างไรก็ตามดอกลิลลี่นั้นถือได้ว่าเป็นดอกไม้ที่มีความใหญ่ไม่ว่าจะเป็นดอกตูมหรือว่าดอกบานก็ตามวันนี้เราจะมาพูดถึงความหมายของดอกลิลลี่ในแต่ละสีว่าสื่อถึงอะไรบ้างเพื่อที่จะหาใครต้องการที่จะซื้อดอกลิลลี่ไปฝากคนรักก็จะได้รู้ว่าควรต้องเลือกสีอะไร

          สำหรับดอกลิลลี่สีที่นิยมกันมากที่สุดก็คือลิลลี่สีขาวแน่นอนว่าสีขาวนั้นเป็นตัวแทนของความบริสุทธิ์อยู่แล้วเพราะไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ชนิดไหนก็แล้วแต่หากเป็นสีขาวเราจะแทนความบริสุทธิ์ซึ่งปกติแล้วก็จะพูดนึกถึงเจ้าสาวนึกถึงความจริงใจกันไม่หลอกลวงกันดังนั้นดอกลิลลี่สีขาวจึงใช้แทนความรักความไร้เดียงสาเหมาะกับการให้คนรักนั้นเอง

           ดอกลิลลี่สีชมพูสำหรับสีชมพูนั้นเป็นสีที่เมื่อเรามองดูแล้วก็จะให้ความรู้สึกอ่อนหวานเหมือนกับเป็นสาวน้อยทำให้เห็นแล้วชวนน่าหลงใหลน่าทะนุถนอมดังนั้นดอกลิลลี่สีชมพูซึ่งเป็นตัวแทนเกี่ยวกับเรื่องของความเป็นผู้หญิงความมีเสน่ห์รวมถึงในเรื่องของความรักดังนั้นหากใครก็ตามที่อยากจะมอบดอกลิลลี่เพื่อสื่อถึงความรักเราแล้วก็คุณสามารถใช้สีชมพูได้โดยให้กับเพื่อนหรือแม้แต่คนในครอบครัวของคุณเองก็ได้หรือถ้าหากใครอยากจะมอบให้กับคนรักก็สามารถมอบได้ในวันสำคัญสำคัญต่างๆ

           ดอกลิลลี่สีเหลือง   สำหรับสีเหลืองแล้วเวลาที่เราเห็นดอกไม้ที่มีสีเหลืองเราจะรู้สึกถึงความสดใสร่าเริงมีชีวิตชีวาสำหรับการให้ดอกลิลลี่สีเหลืองนั้นเราสามารถให้กับใครก็ได้ซึ่งดอกไม้สีนี้จะไม่ได้สื่อถึงความรักฉันชู้สาวแต่จะเป็นการให้เพื่อเป็นการแสดงถึงมิตรภาพเน้นให้ในเทศกาลหรืองานที่แสดงความบันเทิงเริงใจมากกว่าดังนั้นถ้าหากใครได้รับดอกลิลลี่สีเหลืองแล้วก็ไม่ต้องคิดมากว่าเขากำลังจะขอความรักจากคุณเพราะจริงๆแล้วการให้ดอกสีเหลืองนั้นก็คือเป็นการให้กับเพื่อนสนิทเพื่อแสดงถึงมิตรภาพที่มีต่อกันมาอย่างยาวนานนั้นเอง

          ดอกลิลลี่สี   สำหรับสีส้มนั้นเป็นสีที่ให้ความรู้สึกฉูดฉาดแต่ก็แสดงถึงความห่วงใยอีกทั้งยังแสดงถึงความมั่นอกมั่นใจและยังสื่อถึงความอบอุ่นได้ด้วยปกติแล้วคนที่ให้ดอกลิลลี่สีส้มนั้นจะให้กลับการแสดงความยินดีไม่ว่าจะเป็นกับหัวหน้าหรือแม้แต่เพื่อนร่วมงานหรืออาจจะเป็นเพื่อนที่ประสบความสำเร็จเรื่องใดเรื่องหนึ่งเราก็จะมาให้ดอกลิลลี่สีส้มเพื่อสื่อถึงการแสดงความยินดีในการที่พวกเขานั้นประสบความสำเร็จแต่ในขณะเดียวกันสำหรับดอกลิลลี่สีส้มของชาวญี่ปุ่นแล้วกลับไม่ได้มีความหมายเดียวเหมือนกับของประเทศไทยเราเพราะถ้าสีส้มในความหมายของคนญี่ปุ่นนั้นคือความเกลียดชังและเป็นการสาปแช่งดังนั้นเราจึงไม่ควรให้ดอกลิลลี่สีส้มให้กับคนญี่ปุ่น

 

สนับสนุนโดย  พนันออนไลน์ ฟรี

Read More

สังเกตว่าสุขภาพของน้องหมาเราดีหรือไม่

คุณรู้หรือไม่ว่าเรานั้นสามารถสังเกตว่าสุขภาพของน้องหมาเราดีหรือไม่ด้วยตัวเองได้

           สำหรับคนที่เลี้ยงหมานั้นเราจำเป็นที่จะต้อง ตรวจสุขภาพของน้องหมาบ่อยๆเพื่อดูว่าพวกมันนั้นมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงดีหรือเปล่า โดยช่วงนี้นั้นหลายคนอาจจะจำเป็นที่จะต้องประหยัดเงินสำหรับใช้จ่ายหลายๆอย่างเราจึงไม่สามารถที่จะมาพาน้องหมาไปตรวจสุขภาพร่างกายที่โรงพยาบาลสัตว์ได้ตลอดเวลาแต่วันนี้เราก็จะมาพูดถึงวิธีการตรวจสุขภาพทางร่างกายของน้องหมาด้วยตัวเองโดยวิธีนั้นจะมีวิธีอะไรบ้างเดี๋ยวเรามาดูกันเลยค่ะ

        สำหรับวิธีที่เราจะสอนในวันนี้ก็คือพฤติกรรมและลักษณะท่าทางในการเดินของพวกมันว่าตอนนี้นั้นพวกมันกำลังมีความรู้สึกเช่นไรเศร้าโกรธแค้นหรือมีความสุข ในวันนี้เราจะมาพูดถึงการประเมินว่าตอนนี้นั้นเหล่าน้องหมากำลังมีความเครียดอยู่หรือความเศร้าอยู่หรือเปล่าโดยเราจะสังเกตได้จากการที่บางครั้งปกติเวลาที่เรานั้นเดินทางกลับมาที่บ้านหลังจากการออกไปตั้งแต่ตอนเช้าปกติน้องหมาที่เราเลี้ยงเอาไว้มันมักจะเข้ามาต้อนรับเราในการวิ่งเข้ามาคลอเคลียทันที

ที่เรากลับมาถึงแต่ว่าหากว่าวันนี้หรือวันใดวันนึงก็ตามที่น้องหมาไม่ลุกขึ้นมาต้อนรับแสดงว่าเวลานั้นคือเป็นเวลาที่มันกำลังเครียดและกำลังกังวลอย่างหนักเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยวิธีที่จะทำให้พวกมันนั้นหายเครียดได้ไม่ใช่ว่า นั้นจะต้องนำอาหารหมา

หรือของเล่นที่มันชอบมาให้แต่สิ่งที่ดีที่สุดในการปลอบใจนะก็คือคอยอยู่ข้างๆการที่เราไปอยู่ข้างและขอรูปหลังน้องหมาของเราเอาจะทำให้พวกมันนั้นพอคลายความกังวลและเครียดได้บ้างมันมีความสุขโดยถ้าเราต้องการรู้ว่าหมามีความสุขตอนไหนเราจะรู้ได้ทันทีหากมันกระดิกหางเร็วๆนั่นแปลว่าตอนนั้นมันกำลังมีความสุข

เราอาจจะรู้กันดีว่าน้องหมานั้นชอบให้เจ้าของมาเล่นด้วยแต่หากเราเล่นกับมันเยอะเกินไปมันก็อารมณ์ไม่ดีได้เช่นเดียวกันโดยเรานั้นจะต้องสังเกตหน้าของสุนัขที่เราเลี้ยงหากเรากำลังเล่นกับมันแล้วมันยิ้มอย่างมีความสุขก็เพราะว่าตอนนี้มันกำลังอารมณ์ดีมาก แต่หากว่ามันนั้นมีสีหน้าที่ไม่มีความสุขและดูไม่ค่อยกระตือรือร้นนั่นแปลว่าเรานั้นอาจจะไปทำอะไรสักอย่างให้มันเบื่อมันเศร้าหรือทำให้มันรำคาญ

          อย่างไรก็ตามการที่เราจะเลี้ยงสุนัขนั้น เราจะต้องมีการดูแลสุนัขของเราให้ดี อย่าให้มันเห่าเสียงดังรบกวนคนอื่น หรืออย่าปล่อยให้สุนัขของเราไปวิ่งในสวนบ้านคนอื่นด้วย มันจะกลายเป็นว่าเราปล่อยสุนัขของเราไปรบกวนบ้านเพื่อนบ้านได้ อาจจะมีปัญหากับเพื่อนบ้านตามมาภายหลังได้ค่ะ

 

 

สนับสนุนโดย  เว็บคาสิโนออนไลน์อันดับ1

Read More

วิธีการแต่งบ้านสวยให้พื้นที่ดูกว้างขึ้น

เคล็ดลับในการแต่งบ้านอย่างไรให้ดูสวย ดูกว้างสำหรับพื้นที่ที่มีจำนวนจำกัด 

ปัจจุบันเศรษฐกิจอย่างนี้หากจะมีบ้านสักหลัง คงจำเป็นที่จะต้องคิดกันหนักอยู่ แน่นอนแหละว่าทุกคนอยากจะมีบ้านหลังใหญ่ๆ พื้นที่และบริเวณกว้าง แต่ด้วยงบที่มีอย่างจำกัด บ้านหลังเล็กซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับหลายๆคน แต่ว่าหลังจากซื้อแล้วส่วนใหญ่นั้น ก็หาจะมีการมานั่งกลุ้มต่อว่าบ้านของเรามีขนาดเล็กอย่างนี้จะแต่งอย่างไรให้สวย 

หรือมีพื้นที่แคบขนาดนี้ จะจัดข้าวของอย่างไรเพื่อไม่ให้มันเกะกะ ซึ่งในวันนี้คุณไม่ต้องกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้อีกต่อไป เพราะเรามีเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะเป็นการแนะนำให้คุณนำไปใช้ โดยเคล็ดลับเหล่านี้จะทำให้คุณใช้สอยกับพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดได้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด

1.ไม่ต้องทำประตูกั้นแต่ละห้อง

โดยคุณสามารถผ่อนให้ผนังกั้นห้องของคุณนั้นเป็นทางเดินโล่ง หลายคนอาจจะตกใจหากพี่จะต้องไม่มีประตูกั้นห้อง แต่นี่เป็นวิธีการทำเบื้องต้น เพราะว่าถ้าหากบ้านคุณนั้นมีพื้นที่น้อยอยู่แล้ว การที่คุณนั้นสร้างกำแพงกั้นของแต่ละห้อง เพื่อเป็นการทำประตูเปิดปิดนั้น จะยิ่งทำให้คุณรู้สึกอึดอัด และทำให้คุณรู้สึกคับแคบยิ่งกว่าเดิม 

ฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุด นั่นก็คือควรทำการเปิดให้กว้าง ซึ่งแต่ละห้องนั้นสามารถที่จะเดินถึงกันได้โดยไม่มีที่กั้นประตูหรือกั้นห้อง การทำเช่นนี้จะรู้สึกทำให้คุณรู้สึกได้ว่ามันกว้างมากกว่าเดิม 

2.อย่าจัดเรียงเฟอร์นิเจอร์ติดกันมาก

ถ้าหากว่าคุณจำเป็นที่จะต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่เล็กๆ ยกตัวอย่างเช่นคอนโดมิเนียม หรือห้องเช่าเล็กๆ โซนแต่ละคนนั้นรวมไปถึงห้องนอนของตัวคุณเอง ก็จะยิ่งถูกเหยียดกันมากยิ่งขึ้น จนทำให้พื้นที่เหล่านั้นเหลือน้อยเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณควรจะทำมากที่สุด ก็คือควรจะทำอย่างไรก็ได้ให้พื้นที่ที่คุณอยู่นั้น เหลือพื้นที่ให้เยอะมากที่สุด เพราะการทำเช่นนี้ถึงแม้ห้องคนนั้นจะเล็กแต่มันก็ไม่ขับแคบอย่างแน่นอน 

3.ใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วให้คุ้มค่า 

ในที่ที่นี้ เราได้หมายถึงการที่นำของอะไร มาวางรวมกันหรือกองสุมกันจนล้นห้อง แต่เรานั้นหมายถึงว่าให้ใช้พื้นที่ ที่เป็นตรงส่วนที่ว่างในบ้านไม่ว่าจะเป็น ตรงไหนก็ตามควรที่จะประยุกต์ใช้มัน ให้เป็นการใช้อย่างฉลาด เพื่อจะก่อให้เกิดไม่เกะกะตัวอย่างเช่น ใช้ช่องบันไดให้เป็นที่วางของหรือ เพื่อเป็นการเก็บของ 

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เราควรจะจัดทำให้เป็นระเบียบและใช้พื้นที่คุ้มค่า ดังนั้นถ้าหากเป็นระเบียบแล้วก็จะไม่เกิดสิ่งที่ทำให้ห้องของคุณนั้นดูแคบหรือลกนั่นเอง

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    U12 Sports

Read More

ประโยชน์ของถ่านคาร์บอน

        เชื่อว่าหลายคนนั้นคงรู้จักถ่านคาร์บอนกันเป็นอย่างดีซึ่งโดยปกติแล้วปัจจุบันไม่ค่อยมีผู้ที่ใช้งานถ่านคาร์บอนมากนักยกเว้นบ้านที่อยู่ตามต่างจังหวัดอาจจะยังมีการใช้ถ่านในการหุงหาอาหารหรือแม้แต่ตามร้านอาหารปิ้งย่างที่ยังคงมีการใช้ถ่านคาร์บอนกันอยู่บางร้านและโดยส่วนใหญ่แล้วปัจจุบันเราจะหันมาใช้เตาแก๊สในการเป็นส่วนประกอบในการหุงหาอาหารมากกว่าเพราะสะดวกและไม่ต้องยุ่งยากในการติดไฟมากนัก

          สำหรับถ่านคาร์บอนนั้นในสมัยโบราณคนมักจะใช้ในการก่อไฟเพื่อทำกับข้าวหรือหุงข้าวแต่นอกจากที่เราจะใช้ประโยชน์ถ่านคาร์บอนในด้านนั้นแล้วทานข้าวบ้านยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆอีกมากมายโดยเฉพาะในเรื่องของการดูดกลิ่นอับชื้นต่างๆซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังมีการพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของการใช้ถ่านคาร์บอนให้เกิดประโยชน์ในเรื่องของการหยุดอับชื้นเรามาดูกันว่าประโยชน์ของถ่านคาร์บอนนั้นมีอะไรบ้าง

         อย่างที่เรารู้กันในตอนแรกนั้นผ่านคาร์บอนมีคุณสมบัติในเรื่องของการดูดซับกลิ่นได้เป็นอย่างดีดังนั้นไม่ว่าบ้านไหนมีกลิ่นอับเช่นอาจจะมีกลิ่นอับในห้องน้ำหรือห้องครัวหรือแม้แต่ตู้เสื้อผ้าหรือบ้านไหนที่พึ่งทาสีเสร็จใหม่ๆแล้วมีกลิ่นของสีคุณสามารถนำถ่านคาร์บอนไปใส่ในภาชนะเล็กๆเพื่อไม่ให้ดูสกปรกและอาจจะใส่ภาชนะที่ดูแล้วมีความสวยงามไปวางไว้ตามจุดต่างๆภายในบ้านตรงบริเวณที่ใกล้กับกลิ่นอับคะสามารถช่วยลดปัญหาเรื่องของการดูดกลิ่นอับภายในบ้านหรือภายในห้องน้ำของคุณได้นั่นเอง

         อีกประโยคหนึ่งของถังคาร์บอนที่เรามักจะเห็นเป็นประจำนั่นก็คือช่วยในเรื่องของการนำมาเป็นตัวช่วยของต้นไม้ซึ่งถ้าหากใครเคยซื้อต้นไม้ตามร้านขายต้นไม้ที่เป็นต้นไม้กระถางแต่เห็นว่าเมื่อน้ำต้นไม้ออกจากกระถางด้านล่างสุดของอาหารนั้นจะมีถ่านคาร์บอนถูกโดยเอาไว้นั่นก็เพราะว่านิทานคาร์บอนนั้นจะมีแร่ธาตุสำหรับต้นไม้ในการดูดซึมและที่สำคัญต้องมีคุณสมบัติเกี่ยวกับเรื่องของการปรับสภาพดินได้ดีอีกด้วยดังนั้นหากใครจะปลูกต้นไม้อย่าลืมใส่ถ่านคาร์บอนที่ทำให้ละเอียดเล็กๆลงไปก่อนปลูกต้นไม้ก็จะเป็นการดีที่สุด

             และคุณเชื่อหรือไม่ว่าทานคาร์บอนนั้นยังมีประโยชน์ให้กับตู้ปลาของคุณได้ด้วยเพราะมันสามารถไปเพิ่มออกซิเจนในน้ำให้กับคุณได้ด้วยดังนั้นหากใครที่เลี้ยงปลาในตู้ปลาขุ่นหย่อนถ่านคาร์บอนลงไปในนั้นก็จะมีออกซิเจนบริสุทธิ์เพิ่มมากขึ้นมากกว่าตอนที่เราไม่ได้ใส่ถ่านคาร์บอนลงไปนั่นเอง

        หากใครหาที่ซื้อถ่านได้ง่าย อย่าลืมลองนำมาใช้ประโยชน์ตามข้างต้น ดูนะคะ

 

สนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า ทดลอง

Read More

ปัญหางูเข้าบ้านแก้ยังไง

        ทุกวันนี้หมู่บ้านจัดสรรส่วนใหญ่มักจะมีการสร้างจากบริเวณพื้นที่เก่าที่เป็นทุ่งนาดังนั้นปกติแล้วตามบริเวณทุ่งนานั้นมักจะมีโครงที่อยู่อาศัยของงูและสิ่งมีพิษอยู่เป็นจำนวนมากโดยหลายคนที่ซื้อหมู่บ้านจัดสรรมักจะพบปัญหาว่าจะมีงูเลยเข้ามาตามบ้านของคนอยู่บ่อยครั้งยิ่งโดยเฉพาะหน้าฝนแล้วล่ะก็งู มักจะออกอาละวาดอยู่เป็นประจำ

ยังไงอยู่บ้านที่เรากำลังอาศัยอยู่ในตอนนี้ในไลน์ของหมู่บ้านนั้นมักจะมีการระบุว่าบ้านหลังไหนมีงูเข้ามาซึ่งส่วนใหญ่ที่เลยเข้ามาภายในบริเวณพื้นที่ของบ้านนั้นมักจะเป็นงูที่มีพิษเช่นงูเห่าหรือไม่ก็งูสิงดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของคนที่อาศัยอยู่ภายในบ้านนั้นเราควรจะหาแนวทางวิธีการป้องกันยังไงไม่ให้งูนั้นเข้ามาภายในบ้านของเรา

ซึ่งอย่างแรกเลยเราจะต้องรู้ก่อนว่าบ้านของเรานั้นมีอะไรเป็นตัวดึงดูดที่ทำให้กูอยากจะเข้ามาหรือไม่โดยส่วนใหญ่แล้วงูจะเข้าบ้านของใครนั้นก็เพราะว่ามันรู้ว่าบ้านหลังนั้นมีแหล่งอาหารของมันอยู่นั่นเองโดยอาหารของงูนั้นก็ยกตัวอย่างเช่นมีหนู   หรือไม่ก็มีพวกลูกไก่หรือลูกนกหรืองูบางตัวนั้นชอบกินหมาและแมวเป็นอาหารดังนั้นหากบ้านใครนั้นมีหนูชุกชุมหรือมีสัตว์ตัวเล็กๆอยู่ก็จะพบว่ามักจะมีงูชอบคลานเข้ามาภายในบริเวณบ้านอยู่เป็นประจำ

เพราะมันต้องการที่จะมากินอาหารของมันนั่นเองอีกครั้งเราควรจะต้องมีการดูบริเวณรอบๆบ้านของเราด้วยไม่ให้เป็นที่อยู่อาศัยของงูได้นั่นก็คือจะต้องมีการกำจัดพวกหญ้าต่างๆที่ขึ้นรถอยู่ภายในบริเวณบ้านให้มีความสะอาดเรียบร้อยเตรียมโล่งงูก็จะไม่มาอยู่นั้นเองและหนูก็จะมีมาอยู่เช่นเดียวกัน

เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีหนูก็จะไม่มีงูเข้ามาอีกทั้งหมดบางตัวเช่นงูเหลือมนั้นมักจะมากินหมาและแมวดังนั้นเราควรจะต้องมีการดูแลสัตว์เลี้ยงของเราให้ดีเป็นพิเศษ แต่อย่างไรก็ตามการที่มีสัตว์เลี้ยงอยู่ภายในบ้านก็มีข้อดีอย่างหนึ่งเช่นเดียวกันเพราะถ้าหากมันเห็นงูมันก็จะมีการเผาเตือนให้กับเจ้าของได้รู้ได้อีกด้วย

ดังนั้นเวลาที่เป็นช่วงหน้าฝนนั้นงูมักกะออกเรื่อยหาที่แห้งอาศัยอยู่ส่วนใหญ่งูจึงมักรวยเข้ามาสู่บ้านคนเพื่อที่จะได้หาที่ซุกตัวให้เกิดความอบอุ่นหรือบางครั้งมันต้องการหาที่วางไข่โดยส่วนใหญ่แล้วมันก็จะมักจะเลยเข้าไปทำการวางไข่ตรงบริเวณใต้หลังคาบ้านของเราหรือบริเวณเพดานฝ้าดังนั้นหากว่าป้าของเรานั้นมีช่องที่สามารถเข้าได้ก็ควรจะหาอะไรปิดเพื่อป้องกันงูเลื้อยเข้าไปได้นั่นเอง

อย่างไรก็ตามสิ่งที่เราสามารถที่จะป้องกันงูไม่ให้เข้าบ้านเราได้นั้นส่วนใหญ่แล้วคนมักจะมีการนำก้อนหินลูกเล็กๆมาโรยไว้บริเวณรอบบ้านเพราะงูนั้นมักจะไม่ชอบเลื้อยตามก้อนหินเพราะมันจะเจ็บตัวมันนั้นเองหรือเราสามารถไปหาซื้อแผ่นกันงูมาติดไว้ตามผนังต่างๆเพราะงูนั้นมักจะไม่ชอบความรื่นดังนั้นเวลาที่มันไปเจอแผ่นกันงูมันก็จะหนีไป

 

ขอบคุณ  letou   ที่ให้การสนับสนุน

Read More

แนะนำการแต่งบ้าน สไตล์คาเฟ่

            สำหรับคนที่ชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องของการถ่ายรูปแล้วเราก็ปกติแล้วในวันหยุดนั้นก็มักจะออกจากบ้านไปตามสถานที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหรือแม้แต่ตามร้านอาหารหรือร้านขนมหรือร้านคาเฟ่เพื่อที่อยากจะไปถ่ายรูปเช็คอินกับวิวสวยๆแต่อย่างไรก็ตามหลายคนในช่วงเวลานี้อาจจะต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้านเราไม่อยากที่จะไปเสี่ยงที่จะต้องไปเจอกับเชื้อไวรัสตามสถานที่ต่างๆนั่นเอง

ดังนั้นวันนี้เราจึงจะมาแนะนำวิธีการแต่งบ้านของเราให้เหมือนกับคาเฟ่ประจำบ้านซึ่งเราไม่จำเป็นต้องไปออกถ่ายรูปที่ไหนกันแค่ถ่ายรูปกับคาเฟ่ในบ้านของเรานั้นก็จะได้ภาพสวยๆไปลงใน Facebook และ Instagram กันค่ะวิธีการแต่งบ้านแบบสไตล์คาเฟ่นั้นเป็นแบบไหนลองมาดูกันเลยค่ะ  

อันดับแรกนั้นเราต้องหาความชอบของเราเองก่อนว่าเราเป็นคนที่ชอบแบบไหนซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการแต่งบ้านโดยนำต้นไม้มาประดับภายในห้องรับแขกของเราสำหรับการแต่งห้องรับแขกของเราให้เหมือนกับคาเฟ่นั้นแนะนำเลยว่าเราจะต้องมีโซฟาตัวใหญ่ๆเอาไว้สักตัวนึงและผ้าม่านในการที่จะเอามาแต่งหน้าต่างของเรานั้นให้มีความสวยงาม

ซึ่งแน่นอนว่าลักษณะของสีการแต่งห้องเขานั่งเล่นของเรานั้นแนะนำว่าควรจะเป็นโทนสีขาวรวมถึงโซฟานั้นก็ควรจะมีสีขาวหรือสีครีมส่วนผ้าม่านนั้นให้เข้ากับ Theme ของห้องเลยค่ะก็คือเป็นสีขาวโดยการซื้อผ้าม่านที่เป็นผ้าม่านโปร่งบางๆไม่ต้องหนามากนักเพื่อให้ห้องของเรานั้นดูสว่างไสว

  แน่นอนว่าเมื่อเรามีผ้าม่านแล้วเราก็ควรจะหาโต๊ะเล็กๆไว้สักโต๊ะหนึ่งเอาไว้สำหรับตั้งถ้วยกาแฟเก๋ๆซึ่งโต๊ะนั้นเราควรจะหาโต๊ะที่เป็นสีขาวแล้วมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นเราอาจจะถามเป็นโต๊ะทรงกลมๆหรือทรงสี่เหลี่ยมไม่ต้องใหญ่มากนักมาวางไว้ตรงบริเวณหน้าโซฟาและด้านข้างนั้นควรจะมีหาเก้าอี้ซึ่งเป็นเก้าอี้หวายเอาไว้สำหรับนั่งพักผ่อนโดยอาจจะหาพรมมาปูเพื่อให้ฟื้นในห้องรับแขกของเรานั้นดูมีมิติมากขึ้นและมีความสวยงามมากยิ่งขึ้นและที่สำคัญการที่จะทำให้ห้องรับแขกของเรานั้นไม่เหมือนกับห้องรับแขกแต่เหมือนกับคาเฟ่ตามร้านอาหารต่างๆนั้น

เราควรจะมีการนำต้นไม้มาประดับตกแต่งภายในมุมต่างๆในห้องของเราซึ่งต้นไม้นั้นช่วงนี้คนจะนิยมปลูกต้นไทรใบสักกันมากดังนั้นเราควรจะหาต้นไม้ชนิดนี้มาตั้งตามมุมต่างๆสัก 2 ต้นรวมถึงยังมีต้นไม้ชนิดอื่นๆไม่ว่าจะเป็นต้นลิ้นมังกรรวมถึงต้นว่านต่างๆที่สามารถนำมาปลูกในร่มได้

และที่สำคัญนั้นเป็นต้นไม้มงคลและดูแล้วเกิดความสวยงามมาประดับในมุมต่างๆแต่อย่าลืมว่ากระถางต้นไม้นั้นก็ควรเลือกเป็นสีขาวเพื่อที่เราจะได้สามารถคุมโทนห้องรับแขกของเราให้เป็นโทนขาวทั้งหมดได้เพียงเท่านี้ห้องรับแขกของเราก็จะไม่ เพราะมันจะตายเป็นคาเฟ่ขนาดย่อมภายในบ้านของเรานั่นเอง

 

สนับสนุนโดย    hiallbet

Read More

อันตรายจากสัตว์มีพิษในหน้าฝนภายในบ้านพัก

          สำหรับวันนี้เราคงจะต้องพูดถึงเรื่องของอันตรายที่เกิดจากสัตว์มีพิษที่มักจะมาอาศัยอยู่ในบ้านของเราในช่วงหน้าฝนซึ่งเป็นช่วงที่สัตว์มีพิษทั้งหลายมักจะหลบน้ำหลบฝนเข้ามาอยู่ในอาศัยของบ้านคนมากกว่าปกติ ซึ่งเราในฐานะที่เป็นเจ้าของบ้านก็ควรจะต้องมีการจัดเก็บบ้านให้สะอาดตาไม่รกและไม่กลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์มีพิษเช่นงูหรือตะขาบหรือแมลงป่องอย่างเด็ดขาด

ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเวลาที่สัตว์มีพิษเหล่านี้จะเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านของเรานั้นมันมักจะมาหาที่อยู่อาศัยที่เป็นที่อยู่มิดชิดสามารถบดบังสายตาของผู้คนได้ดังนั้นตรงมุมอับของบ้านจึงไม่ควรนำอะไรไปวางไว้เพื่อป้องกันสัตว์มีพิษเลยเข้ามาในบ้านของเราที่สำคัญเราควรจะมีการปิดประตูบ้านไม่ควรเปิดประตูทิ้งเอาไว้

และห้องน้ำก็ควรจะหาพี่ปิดฝาท่อเอาไว้มิดชิดเพื่อป้องกันสัตว์มีพิษหรือไม่มาตามท่อแล้วเข้ามาทางห้องน้ำรวมถึงชักโครกก็ควรจะมีการปิดฝาชักโครกเอาไว้และก่อนเข้าห้องน้ำก็ควรจะมีการกดน้ำชักโครก 1 ครั้งเพื่อเป็นการเตือนให้สัตว์มีพิษนั้นรู้ว่าจะมีคนมาใช้มันจะได้หนีไปเพราะหลายครั้งที่เรามักจะพบว่าคนได้รับบาดเจ็บจากการถูกงูกัดขณะที่มีการนั่งชักโครกเนื่องจากว่างูมักจะมาตามท่อน้ำและมาหลบซ่อนอยู่ในชักโครกนั่นเองดังนั้นช่วงหน้าฝนจึงควรมีการระมัดระวังให้มากที่สุดหากบ้านไหนมีการปลูกต้นไม้รอบๆบ้านเอาไว้ก็ควรจะมีการตกแต่งกิ่งไม้ไม่ให้เธอจนเกินไป

และที่สำคัญหากิ่งไม้มีการยื่นมาอยู่ใกล้บ้านมากเกินไปอาจจะเป็นต้นเหตุทำให้สัตว์มีพิษสามารถเลื้อยตามกิ่งไม้แล้วเข้ามาภายในบ้านของเราผ่านทางหลังคาบ้านได้และที่สำคัญปักผ้าเช็ดเท้าต่างๆไม่ควรที่จะให้มีความชื้นเพราะไม่ว่าจะเป็นตะขาบหรือแมลงป่องมักจะไปหลบซ่อนอยู่ตามที่ซึ้งๆที่เรามีการหมักบ่มผ้าเอาไว้ดังนั้นทางที่ดีที่สุดเราจึงควรต้องทำความสะอาดบ้านจัดเก็บพื้นที่ต่างๆภายในบ้านของเราให้ดูโล่งโปร่งสบายและไม่รกจนเป็นที่อยู่ของพวกสัตว์มีพิษได้นั่นเอง

          อย่างไรก็ตามนั้นไม่จำเป็นที่จะเข้ามาอยู่ในตัวบ้านได้แล้วเท่านั้นเราต้องระวังสัตว์มีพิษที่อยู่นอกบ้านด้วยเช่นเดียวกันเพราะบางครั้งเรามักจะเห็นว่าเวลาที่เราเดินไปตามท้องถนนต่างๆเราก็จะพบสัตว์มีพิษเหลืออยู่ตามข้างทางหรือบริเวณตามของถนนได้เช่นเดียวกัน

โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่สัตว์มักจะออกหากินและหนีน้ำมาดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของตนเองว่าจะเดินไปที่ไหนก็ควรจะเดินทางอย่างระมัดระวังและรอบคอบเธอไม่ให้ไปเหยียบโดนสัตว์มีพิษและอาจจะถูกสัตว์มีพิษฉกกัดเอาได้นั่นเอง

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บตรงบาคาร่า

Read More

ประโยชน์ของถ่านหินคาร์บอน

         สำหรับคนรุ่นใหม่อาจจะไม่ค่อยรู้จักคำว่าถ่านคาร์บอนกันมากนักแต่ถ้าหากบอกว่าถ่านคาร์บอนก็คือถ่านที่คุณพ่อบ้านแม่บ้านทั้งหลายมักจะนำมาประกอบจุดไฟเพื่อหุงหาอาหารของคนชนบทหรือถ้าหากในเมืองเรามักจะเห็นเวลาที่เราไปทานบาร์บีคิวเราจำเป็นที่จะต้องใช้ถ่านหินคาร์บอนในการจุดไฟเพื่อที่จะเอาไว้ปิ้งย่างอาหารนั่นเองอย่างไรก็ตามถ่านคาร์บอนนั้น

เกิดจากการที่เรานำไม้มาเผาไปหลังจากนั้นเมื่อไม้เป็นสีดำและออกไม่มากพอดีแล้วก็จะถูกดับไฟเพื่อนำไม้นั้นมาเป็นฐานในการหุงหาอาหารนั่นเองจะไม่ปล่อยให้มอดไหม้จนกลายเป็นผงทีเดียวซึ่งถ่านคาร์บอนนี้เราอาจจะรู้ถึงคุณประโยชน์ว่าเอาไว้ใช้ในการจุดไฟเพื่อประกอบอาหารหรือบางคนอาจจะรู้เพิ่มเติมด้วยว่าถ่านหินคาร์บอนนั้นสามารถที่จะนำมาช่วยในเรื่องของการดูดกลิ่นอับได้

ซึ่งเรามักจะเห็นว่าคนส่วนใหญ่มักจะเอาถ่านหินคาร์บอนมาดูดกลิ่นอับในตู้เย็นแต่คุณรู้หรือไม่ว่าประโยชน์ของถ่านหินคาร์บอนนั้นมีมากเช่นเดียวกันซึ่งเราสามารถที่จะนำไปใช้ดูดกลิ่นอับที่อื่นๆนอกจากตู้เย็นได้ด้วยหากตรงบริเวณไหนที่เรารู้สึกว่ามุมนั้นค่อนข้างมีกลิ่นอับอย่างเช่นในห้องน้ำเราก็สามารถนำถ่านหินคาร์บอนซักประมาณ 3-4 ก้อนเล็กๆ

ไปใส่ไว้ในจานให้เกิดความสะอาดตาแล้วไปวางตามตรงมุมอับต่างๆก็จะทำให้มุมอับนั้นดีขึ้นอีกทั้งถ้าหากใครอยากจะให้ต้นไม้มีความเจริญเติบโตดินร่วนซุยดีแล้วเราก็แนะนำว่าให้คุณเอาถ่านหินคาร์บอนนี้ทุบให้ละเอียดเล็กน้อยหลังจากนั้นก็ไปลอยใต้ต้นไม้ที่คุณต้องการให้มันเจริญเติบโตเสร็จแล้วให้นำดินมากลบทับอีกครั้งหนึ่งคุณเชื่อหรือไม่ว่ามันจะเช่าไปช่วยทำให้ดินของคนนั้นมีคุณภาพที่ดีขึ้น

ปรับให้ดินของคุณนั้นมีการร่วมสวยมากขึ้นนั่นเองซึ่งแน่นอนว่ามันจะมีการไปส่งเสริมให้ดินนั้นมีแร่ธาตุมากขึ้นต้นไม้ของคนก็จะเจริญเติบโตซึ่งคุณอาจจะเคยเห็นจากการที่คุณไปซื้อต้นไม้กระถางวางที่ใต้กระถางก็จะมีการนำถ่านหินคาร์บอนไปวางไว้ด้วยนั่นเองหรืออีกอันนึงถ้าหากว่าคุณอยากจะให้ปลาของคุณนั้นได้รับสารอาหารและอ่างปลาของคุณนั้นมีออกซิเจนมากพอคุณสามารถใส่ถ่านหินลงไปในอ่างปลาของคนได้นะคะ

เพราะว่ามันจะเข้าไปทำการเพิ่มเติมออกซิเจนที่มีอยู่ในอ่างปลาแล้วให้มากขึ้นกว่าเดิมอีกทั้งยังช่วยเรื่องของการรักษาคุณภาพของน้ำให้น้ำนั้นมีคุณภาพที่ดีมีแร่ธาตุมากขึ้นและยังทำให้น้ำนั้นใสสะอาดเพราะตกตะกอนได้เร็วขึ้นได้ดีอีกด้วยล่ะค่ะ

 

สนับสนุนโดย    v9bet

Read More

การเลี้ยงสัตว์อย่างไรไม่ให้เพื่อนบ้านรังเกียจ

          ปัจจุบันผู้คนมักจะเลี้ยงสัตว์กันเยอะขึ้นไม่ว่าจะเป็นตามหมู่บ้านต่างๆหรือแม้แต่ตามคอนโดมิเนียมซึ่งจะมีบางสถานที่ที่อนุญาตให้สามารถเลี้ยงสัตว์เลี้ยงไว้ในห้องได้แต่อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่เราก็จะมักพบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการทะเลาะเบาะแว้งกันระหว่างเพื่อนบ้านซึ่งที่มาของเรื่องทะเลาะเบาะแว้งส่วนหนึ่งก็มาจากการที่เพื่อนบ้านเกิดความรำคาญ

และรังเกียจในกรณีที่เรามีการเลี้ยงสัตว์เอาไว้และสร้างความรบกวนให้กับเพื่อนบ้านนั่นเองซึ่งเราอาจจะเคยติดตามข่าวสารมาบ้างเกี่ยวกับเรื่องของสุนัขของเพื่อนบ้านเข้ามาอึทำให้บ้านทั้งสองหลังนั้นเกิดทะเลาะกันดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการที่จะดูแลสัตว์เลี้ยงของเราไม่ให้ไปสร้างความรำคาญกับเพื่อนบ้านและไม่ทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันระหว่างเรากับเพื่อนบ้านนั่นเอง

         สิ่งสำคัญสำหรับการที่จะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงนั้นคือการที่เราจะต้องดูแลสัตว์เลี้ยงของเราเป็นอย่างดีซึ่งจัดเลี้ยงโดยปกติแล้วก็ต้องการการเอาใจใส่จากเจ้าของดังนั้นถ้าหากเราต้องการที่จะดึงสักเราควรจะต้องมีเวลาดูแลสัตว์เลี้ยงของเราซึ่งเราควรจะต้องมีเวลาเล่นกับสัตว์เลี้ยงทุกวันและจะต้องหาเวลาพามันไปเดินเล่นทุกวันเพื่อไม่ให้มันเกิดอาการหงุดหงิด

เพราะถ้าหากว่าเราเลี้ยงสัตว์แล้วปล่อยให้มันอยู่แต่ในบ้านโดยที่ไม่พามันออกไปเล่นเลยมันจะกลายเป็นสัตว์ที่ดุร้ายทันทีดังนั้นเราควรจะต้องพาสุนัขของเราหรือสัตว์เลี้ยงของเรานั้นออกไปเล่นนอกบ้านบ้างแต่การที่เราจะพาสัตว์เลี้ยงของเราออกไปนอกบ้านเราควรจะต้องดูแลสัตว์เลี้ยงของเราไม่ให้ไปอึหรือฉี่เรี่ยราดตามพื้นที่สาธารณะหรือตามหน้าบ้านของคนอื่น

อย่างเด็ดขาดที่สำคัญเราควรควบคุมสัตว์เลี้ยงของเราไม่ให้มีการไปเห่าหรือทำร้ายคนอื่นดังนั้นทุกครั้งที่มีการนำสัตว์เลี้ยงออกไปนอกบ้านควรจะมีสายจูงสัตว์เลี้ยงของเราเอาไว้อย่างดีหรือถ้าหากใครที่นิยมเลี้ยงสัตว์ไว้ภายในบ้านก็สามารถเลี้ยงแบบระบบปิดได้ซึ่งสัตว์เลี้ยงที่สามารถเลี้ยงแบบระบบปิดได้นั้นจะเป็นสัตว์เลี้ยงตัวเล็กๆน่ารักแต่การเลี้ยงสัตว์ก็ควรจะต้องเอาสายๆ

และหาของเล่นให้มันเล่นด้วยเพื่อไม่ให้มันนั้นไม่รู้สึกเหงาที่สำคัญการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงไม่ควรจะเลี้ยงไว้ในกรงเพราะโดยปกติแล้วถ้าเราไปจำกัดพื้นที่ของสัตว์เลี้ยงไม่มีที่ให้มันวิ่งเล่นมันจะเกิดความเครียดและสามารถพัฒนาเป็นสัตว์ที่ดุร้ายได้แน่นอนที่สุดนั่นก็คือกลิ่นของสัตว์เลี้ยงที่อาจจะมีการโทรไปรบกวนเพื่อนบ้าน

ดังนั้นเราควรจะอาบน้ำและทำความสะอาดสัตว์เลี้ยงอยู่เป็นประจำที่สำคัญควรจะเก็บอึและฉี่ทิ้งให้เรียบร้อยทุกวันล้างหน้าบ้านของเราอย่างสม่ำเสมอไม่ให้มีกลิ่นเหม็นเพียงเท่านี้ปัญหาระหว่างเรากับเพื่อนบ้านเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงก็จะไม่มีแน่นอน

 

 

สนับสนุนโดย    แทงหวยออมสิน

Read More